What’s Himmapan

The Legend of
Himmapan

ไตรภูมิกถา

         ไตรภูมิ คือความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาลในพระพุทธศาสนา โดยไตรภูมิจะกล่าวถึงดินแดนทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ซึ่งเป็นดินแดนที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้สิ้น หรือที่เรียกว่า “วัฏสงสาร”

         ไตรภูมิกถา หรือ เตภูมิกถา เป็นวรรณคดีชั้นเยี่ยมทางพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ เมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๘๘ เพื่อให้คนรู้จักความดี ความชั่ว และรู้จักผลกรรมจากสิ่งที่กระทำ

สระอโนดาต

          ตั้งอยู่ศูนย์กลางของป่าหิมพานต์ สายน้ำที่ไหลจากป่าหิมพานต์ ได้ไหลลงมาหล่อเลี้ยงดินแดนชมพูทวีปด้านล่างให้มีความสมบูรณ์ ไม่มีวันเหือดแห้งจนกว่าจะสิ้นมหากัปป์ สระอโนดาตล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ๕ เขาโน้มเข้าหากัน คือ สุทัสสนกูฏ จิตรกูฏ กาฬกูฏ คันธมาทนกูฏ และเขาไกรลาส

          สระอโนดาตนั้นมีท่าน้ำอยู่ ๔ ท่า ตั้งอยู่ในทิศทั้ง ๔ เรียกว่า ท่าสิงห์ (สีหมุข) ท่าช้าง (หัตถีมุข) ท่าม้า (อัสสมุข) และท่าวัว (อุสภมุข) สายน้ำจากสระอโนดาตจะไหลออกจากปากสัตว์มงคลทั้งสี่ทิศ ไหลเวียนขวาทักษิณาวรรต ๓ รอบ แล้วไหลออกจากสระเป็นสายน้ำ ผ่านแดนหิมพานต์ เป็นสี่ทิศลงสู่มหานทีสีทันดร น้ำจากสระอโนดาตที่ไหลออกทางทิศใต้ ไหลออกไปพุ่งกระทบภูเขา ทำให้น้ำพุ่งขึ้นเป็นละอองฝอยในอากาศ เรียกว่า อากาศคงคา ตามไตรภูมิกล่าวว่า น้ำพุ่งกระเด็นขึ้นไปถึง ๖๐ โยชน์ แล้วจึงตกไปบนแผ่นดิน กลายเป็นสระโบกขรณี ไหลผ่านระหว่างภูเขา ๕ ลูก เกิดเป็นปัญจมหานที ได้แก่ คงคา ยมุนา อจิรวดี มหี และสรภู ที่ไหลหล่อเลี้ยงดินแดนทางทิศใต้ให้อุดมสมบูรณ์

anodard_pond

          สัตว์หิมพานต์ เป็นสัตว์ในจินตนาการซึ่งเชื่อกันว่าอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในคัมภีร์ทั้งหลาย โดยได้รับอิทธิพลทั้งจากศาสนาพราหมณ์ ฮินดูและพุทธปะปนกัน

         และเนื่องจากสัตว์หิมพานต์ทั้งหลายอยู่ในป่าหิมพานต์อันมนุษย์ธรรมดาสามัญไม่อาจเห็นได้ อีกทั้งเชื่อว่ามีคุณวิเศษต่างๆ นานา จึงมีการสร้างสรรค์ให้สัตว์หิมพานต์แปลกแตกต่างไปจากสัตว์ที่เห็นโดยธรรมชาติ มีส่วนประกอบบางอย่างเหนือกว่าสามัญ เช่น การผสมผสานองค์ประกอบของคนและสัตว์ หรือผสมผสานองค์ประกอบของสัตว์ด้วยกัน เกิดเป็นสัตว์หิมพานต์ที่มีรูปร่างหน้าตาวิจิตรพิสดาร อีกทั้งบางครั้งมีอิทธิฤทธิ์มากไปกว่าสัตว์ธรรมดา เนื่องจากการผสมผสานลักษณะนั้นเอง เช่น ช้างหรือม้าที่มีปีกจะสามารถบินได้เช่นเดียวกับนก เป็นต้น

         สัตว์เหล่านี้เกิดจากจินตนาการของจิตรกรไทยโบราณที่ได้สรรค์สร้างขึ้น ปรากฏให้เห็นได้จากหนังสือ และจิตรกรรมฝาผนังที่วัดไทย เช่น วัดคงคาราม จ.ราชบุรี วัดเขียน จ.อ่างทอง วัดหน่อพุทธางกูร จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น

ชมพูทวีป

          ดินแดนทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุ ถูกล้อมรอบด้วยมหานทีสีทันดร มีพื้นที่ขนาด ๑๐,๐๐๐ โยชน์ มนุษย์ที่อาศัยในดินแดนแห่งนี้มีใบหน้ารูปไข่ เรียกดินแดนของมนุษย์ที่อยู่บนชมพูทวีปแห่งนี้ว่า “มนุสสาภูมิ”
พื้นที่ของชมพูทวีป แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ
๑. ที่อยู่ของมนุษย์ ขนาด ๓,๐๐๐ โยชน์
๒. ป่าหิมพานต์ ขนาด ๓,๐๐๐ โยชน์
๓. ผืนน้ำ ขนาด ๔,๐๐๐ โยชน์
          มนุษย์ในชมพูทวีปนอกจากมนุษย์ธรรมดาแล้ว ยังมีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอัครสาวก พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ หรือแม้แต่พระจักรพรรดิราช ล้วนแต่อยู่ ณ ดินแดนชมพูทวีปแห่งนี้

jambudipa

          “หิมพานต์” ป่าลึกกว้างใหญ่ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า จากวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา “ไตรภูมิกถา” ซึ่งเชื่อกันว่าจักรวาลนั้นประกอบด้วยนรกภูมิ โลกมนุษย์ และแดนสวรรค์

          ป่าหิมพานต์ คือดินแดนส่วนหนึ่งบนแผ่นดินชมพูทวีปที่อยู่ระหว่างโลกมนุษย์กับแดนสวรรค์  บนเทือกเขาสูงที่มียอดเขาสลับซับซ้อน 84,000 ยอด เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่สิงสถิตของเหล่าเทพยดา และเป็นอยู่อาศัยของผู้ทรงคุณวิเศษต่างๆ ทั้งนักบวช  ฤาษี นักสิทธิ์ วิทยาธร และสิงสาราสัตว์อันวิจิตรพิสดาร เป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลยิ่งนัก ยากที่มนุษย์ธรรมดาจะย่างกรายไปถึง

         ผืนป่าหิมพานต์ทั้งหมดงดงาม และหล่อเลี้ยงด้วยสระน้ำใหญ่ 7 สระ มีสระอโนดาต เป็นศูนย์กลางแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แวดล้อมด้วยภูเขา 5 เทือก ภูเขาทั้ง 5 โน้มเข้าหากันคลุมสระอโนดาตไว้ ให้มีผืนน้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ดุจดั่งแก้วมณี  สายน้ำจากอโนดาตไหลแยกออกเป็นธารน้ำทั้ง 4 ทิศ ยังความอุดมสมบูรณ์ให้แก่สรรพชีวิตทั่วทั้งป่าหิมพานต์  และธารน้ำทางด้านทิศใต้นั้น ไหลลงสู่ดินแดนชมพูทวีป กลายเป็นแม่น้ำ 5 สายไหลลงไปหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ในนาม “ปัญจมหานที” อันเป็นสายน้ำที่ให้ความชุ่มฉ่ำแก่แผ่นดินถิ่นกำเนิดพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตอีกด้วย

ไตรภูมิกถา

         ไตรภูมิ คือความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาลในพระพุทธศาสนา โดยไตรภูมิจะกล่าวถึงดินแดนทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ซึ่งเป็นดินแดนที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้สิ้น หรือที่เรียกว่า “วัฏสงสาร”

         ไตรภูมิกถา หรือ เตภูมิกถา เป็นวรรณคดีชั้นเยี่ยมทางพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ เมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๘๘ เพื่อให้คนรู้จักความดี ความชั่ว และรู้จักผลกรรมจากสิ่งที่กระทำ

ชมพูทวีป

          ดินแดนทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุ ถูกล้อมรอบด้วยมหานทีสีทันดร มีพื้นที่ขนาด ๑๐,๐๐๐ โยชน์ มนุษย์ที่อาศัยในดินแดนแห่งนี้มีใบหน้ารูปไข่ เรียกดินแดนของมนุษย์ที่อยู่บนชมพูทวีปแห่งนี้ว่า “มนุสสาภูมิ”
พื้นที่ของชมพูทวีป แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ
๑. ที่อยู่ของมนุษย์ ขนาด ๓,๐๐๐ โยชน์
๒. ป่าหิมพานต์ ขนาด ๓,๐๐๐ โยชน์
๓. ผืนน้ำ ขนาด ๔,๐๐๐ โยชน์
          มนุษย์ในชมพูทวีปนอกจากมนุษย์ธรรมดาแล้ว ยังมีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอัครสาวก พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ หรือแม้แต่พระจักรพรรดิราช ล้วนแต่อยู่ ณ ดินแดนชมพูทวีปแห่งนี้

jambudipa

สระอโนดาต

          ตั้งอยู่ศูนย์กลางของป่าหิมพานต์ สายน้ำที่ไหลจากป่าหิมพานต์ ได้ไหลลงมาหล่อเลี้ยงดินแดนชมพูทวีปด้านล่างให้มีความสมบูรณ์ ไม่มีวันเหือดแห้งจนกว่าจะสิ้นมหากัปป์ สระอโนดาตล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ๕ เขาโน้มเข้าหากัน คือ สุทัสสนกูฏ จิตรกูฏ กาฬกูฏ คันธมาทนกูฏ และเขาไกรลาส

          สระอโนดาตนั้นมีท่าน้ำอยู่ ๔ ท่า ตั้งอยู่ในทิศทั้ง ๔ เรียกว่า ท่าสิงห์ (สีหมุข) ท่าช้าง (หัตถีมุข) ท่าม้า (อัสสมุข) และท่าวัว (อุสภมุข) สายน้ำจากสระอโนดาตจะไหลออกจากปากสัตว์มงคลทั้งสี่ทิศ ไหลเวียนขวาทักษิณาวรรต ๓ รอบ แล้วไหลออกจากสระเป็นสายน้ำ ผ่านแดนหิมพานต์ เป็นสี่ทิศลงสู่มหานทีสีทันดร น้ำจากสระอโนดาตที่ไหลออกทางทิศใต้ ไหลออกไปพุ่งกระทบภูเขา ทำให้น้ำพุ่งขึ้นเป็นละอองฝอยในอากาศ เรียกว่า อากาศคงคา ตามไตรภูมิกล่าวว่า น้ำพุ่งกระเด็นขึ้นไปถึง ๖๐ โยชน์ แล้วจึงตกไปบนแผ่นดิน กลายเป็นสระโบกขรณี ไหลผ่านระหว่างภูเขา ๕ ลูก เกิดเป็นปัญจมหานที ได้แก่ คงคา ยมุนา อจิรวดี มหี และสรภู ที่ไหลหล่อเลี้ยงดินแดนทางทิศใต้ให้อุดมสมบูรณ์

anodard_pond

          “หิมพานต์” ป่าลึกกว้างใหญ่ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า จากวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา “ไตรภูมิกถา” ซึ่งเชื่อกันว่าจักรวาลนั้นประกอบด้วยนรกภูมิ โลกมนุษย์ และแดนสวรรค์

          ป่าหิมพานต์ คือดินแดนส่วนหนึ่งบนแผ่นดินชมพูทวีปที่อยู่ระหว่างโลกมนุษย์กับแดนสวรรค์  บนเทือกเขาสูงที่มียอดเขาสลับซับซ้อน 84,000 ยอด เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่สิงสถิตของเหล่าเทพยดา และเป็นอยู่อาศัยของผู้ทรงคุณวิเศษต่างๆ ทั้งนักบวช  ฤาษี นักสิทธิ์ วิทยาธร และสิงสาราสัตว์อันวิจิตรพิสดาร เป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลยิ่งนัก ยากที่มนุษย์ธรรมดาจะย่างกรายไปถึง

         ผืนป่าหิมพานต์ทั้งหมดงดงาม และหล่อเลี้ยงด้วยสระน้ำใหญ่ 7 สระ มีสระอโนดาต เป็นศูนย์กลางแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แวดล้อมด้วยภูเขา 5 เทือก ภูเขาทั้ง 5 โน้มเข้าหากันคลุมสระอโนดาตไว้ ให้มีผืนน้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ดุจดั่งแก้วมณี  สายน้ำจากอโนดาตไหลแยกออกเป็นธารน้ำทั้ง 4 ทิศ ยังความอุดมสมบูรณ์ให้แก่สรรพชีวิตทั่วทั้งป่าหิมพานต์  และธารน้ำทางด้านทิศใต้นั้น ไหลลงสู่ดินแดนชมพูทวีป กลายเป็นแม่น้ำ 5 สายไหลลงไปหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ในนาม “ปัญจมหานที” อันเป็นสายน้ำที่ให้ความชุ่มฉ่ำแก่แผ่นดินถิ่นกำเนิดพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตอีกด้วย

          สัตว์หิมพานต์ เป็นสัตว์ในจินตนาการซึ่งเชื่อกันว่าอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในคัมภีร์ทั้งหลาย โดยได้รับอิทธิพลทั้งจากศาสนาพราหมณ์ ฮินดูและพุทธปะปนกัน

         และเนื่องจากสัตว์หิมพานต์ทั้งหลายอยู่ในป่าหิมพานต์อันมนุษย์ธรรมดาสามัญไม่อาจเห็นได้ อีกทั้งเชื่อว่ามีคุณวิเศษต่างๆ นานา จึงมีการสร้างสรรค์ให้สัตว์หิมพานต์แปลกแตกต่างไปจากสัตว์ที่เห็นโดยธรรมชาติ มีส่วนประกอบบางอย่างเหนือกว่าสามัญ เช่น การผสมผสานองค์ประกอบของคนและสัตว์ หรือผสมผสานองค์ประกอบของสัตว์ด้วยกัน เกิดเป็นสัตว์หิมพานต์ที่มีรูปร่างหน้าตาวิจิตรพิสดาร อีกทั้งบางครั้งมีอิทธิฤทธิ์มากไปกว่าสัตว์ธรรมดา เนื่องจากการผสมผสานลักษณะนั้นเอง เช่น ช้างหรือม้าที่มีปีกจะสามารถบินได้เช่นเดียวกับนก เป็นต้น

         สัตว์เหล่านี้เกิดจากจินตนาการของจิตรกรไทยโบราณที่ได้สรรค์สร้างขึ้น ปรากฏให้เห็นได้จากหนังสือ และจิตรกรรมฝาผนังที่วัดไทย เช่น วัดคงคาราม จ.ราชบุรี วัดเขียน จ.อ่างทอง วัดหน่อพุทธางกูร จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น